การเตรียมตัวก่อนอัลตราซาวนด์ขึ้นกับตำแหน่งที่จะตรวจ จึงไม่ควรเหมารวมว่า “ต้องงดน้ำและงดอาหาร” ทุกครั้ง การเตรียมผิดอาจทำให้ภาพบางส่วนอ่านยากหรือจำเป็นต้องเลื่อนตรวจ ทางที่ถูกคือแจ้งให้ชัดว่าจะตรวจอวัยวะใด และทำตามคำสั่งของหน่วยตรวจนั้น เพราะชนิดเครื่องมือและรายละเอียดการตรวจอาจต่างกัน
ทำไมบางการตรวจต้องงดอาหาร
สำหรับการตรวจช่องท้องส่วนบน เช่น ตับ ถุงน้ำดี หรือตับอ่อน การงดอาหารตามเวลาที่กำหนดช่วยลดลมในลำไส้และทำให้เห็นอวัยวะบางส่วนชัดขึ้น อย่าปรับเวลาเองหากมีเบาหวาน ตั้งครรภ์ หรือจำเป็นต้องกินยาตามเวลา ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อรับคำแนะนำที่ปลอดภัยกว่า
ทำไมบางการตรวจต้องดื่มน้ำและกลั้นปัสสาวะ
การตรวจกระเพาะปัสสาวะหรืออุ้งเชิงกรานบางกรณีต้องการให้กระเพาะปัสสาวะพอเต็มเพื่อเป็น “หน้าต่าง” ช่วยให้เห็นโครงสร้างรอบข้าง จึงอาจขอให้ดื่มน้ำเปล่าและยังไม่ปัสสาวะตามช่วงเวลาที่กำหนด ไม่ต้องฝืนกลั้นจนปวดมาก ให้โทรแจ้งหากทนไม่ไหว
เช็กลิสต์ก่อนวันตรวจ
- ยืนยันชนิดการตรวจและเวลานัดจากใบนัด/เจ้าหน้าที่
- ถามตรง ๆ ว่างดอาหารกี่ชั่วโมง ดื่มน้ำได้ไหม และต้องกลั้นปัสสาวะหรือไม่
- นำผลตรวจเดิม รายการยา และบัตรประจำตัวมาด้วย
- สวมเสื้อผ้าที่เปิดบริเวณตรวจได้สะดวก และหลีกเลี่ยงเครื่องประดับมากชิ้น
อัลตราซาวนด์บอกอะไร และบอกอะไรไม่ได้
อัลตราซาวนด์ใช้คลื่นเสียงสร้างภาพ จึงไม่มีรังสีเอกซ์แบบเอกซเรย์ เหมาะสำหรับดูโครงสร้างหลายส่วนและช่วยประกอบการวินิจฉัย แต่ผลตรวจต้องตีความร่วมกับอาการ การตรวจร่างกาย และบางครั้งผลเลือดหรือการตรวจภาพแบบอื่น ผล “ปกติ” ไม่ได้แปลว่าตัดทุกโรคออก และผล “พบความผิดปกติ” ก็ไม่ได้แปลว่ารุนแรงเสมอไป
คำถามที่พบบ่อย
กินยาประจำได้ไหม
หลายกรณีกินยาตามปกติได้พร้อมน้ำน้อย ๆ แต่ถ้ามีคำสั่งงดอาหารหรือมีโรคเบาหวาน ต้องถามหน่วยตรวจล่วงหน้า
ดื่มกาแฟแทนน้ำได้ไหม
หากต้องกลั้นปัสสาวะ โดยทั่วไปควรใช้น้ำเปล่าตามคำสั่ง เพราะเครื่องดื่มมีคาเฟอีนอาจกระตุ้นปัสสาวะและทำให้กลั้นลำบาก
อัลตราซาวนด์เจ็บไหม
การตรวจผ่านผิวหนังมักไม่เจ็บ แต่อาจรู้สึกกดบริเวณที่เจ็บอยู่เดิม แจ้งผู้ตรวจทันทีหากปวดมาก
หากนัดอัลตราซาวนด์ที่เชียงรายและยังไม่แน่ใจเรื่องการเตรียมตัว ให้สอบถามชื่อการตรวจจากใบนัดก่อนเดินทาง จะช่วยให้ไม่เสียเวลาและได้ภาพที่เหมาะสมกับการประเมิน
แหล่งอ้างอิง
ข้อมูลการตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องและการเตรียมตัว: RadiologyInfo.org
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยเฉพาะราย อาการของแต่ละคนต่างกัน ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่มการรักษาเสมอ