เมื่อผู้สูงอายุมีไข้ สิ่งที่ควรดูไม่ใช่แค่ปรอทขึ้นกี่องศา แต่คือสภาพโดยรวม: ซึมหรือสับสนไหม หอบเหนื่อยหรือไม่ ดื่มน้ำและปัสสาวะได้หรือเปล่า และมีโรคหัวใจ ปอด ไต เบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำร่วมไหม ผู้สูงอายุบางคนอาจมีการติดเชื้อที่รุนแรงได้แม้ไข้ไม่สูง จึงไม่ควรรอดูจากตัวเลขอย่างเดียว
เริ่มประเมินที่บ้านอย่างเป็นระบบ
วัดอุณหภูมิด้วยวิธีเดิมซ้ำได้ จดเวลา วัดความดันหรือออกซิเจนปลายนิ้วเฉพาะถ้ามีเครื่องและใช้ถูกต้อง แล้วสังเกตความรู้สึกตัว การพูดคุย การเดิน และปริมาณน้ำที่ดื่ม/ปัสสาวะ ควรตรวจยาประจำด้วย เพราะยาบางกลุ่มอาจทำให้เวียนศีรษะ ง่วง หรือมีผลต่อการจัดการไข้
อาการที่ควรไปฉุกเฉิน
- ซึมลง สับสน พูดไม่รู้เรื่อง เป็นลม หรือปลุกยาก
- หายใจเร็ว หอบ เจ็บหน้าอก ปากเขียว หรือออกซิเจนต่ำกว่าค่าปกติของตนร่วมกับอาการ
- ดื่มน้ำไม่ได้ อาเจียนมาก ปัสสาวะน้อยลงมาก หรืออ่อนแรงจนลุกไม่ไหว
- คอแข็ง ปวดศีรษะรุนแรง ผื่นจุดเลือดออก หรืออาการแย่ลงรวดเร็ว
อาการเหล่านี้สำคัญกว่าการรอดูว่าไข้จะลดเองหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งล้ม มีแผล กินยากดภูมิ หรือเพิ่งกลับจากโรงพยาบาล
ดูแลระหว่างรอพบผู้ให้บริการ
ให้พักในห้องอากาศถ่ายเท สวมเสื้อผ้าบาง ดื่มน้ำเป็นระยะถ้าไม่ถูกจำกัดน้ำจากโรคหัวใจ/ไต และเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องได้หากสบายตัว ยาลดไข้ต้องดูชื่อยาและขนาดให้ถูก หลีกเลี่ยงการใช้ยาซ้ำซ้อนจากยาแก้หวัดหลายยี่ห้อ หากมีโรคตับ ไต แผลกระเพาะ หรือใช้ยาละลายลิ่มเลือด ให้ปรึกษาเภสัชกรหรือผู้ให้บริการก่อนใช้ยาใหม่
ทำไมต้องหาสาเหตุ
ไข้ในผู้สูงอายุอาจเกี่ยวกับระบบหายใจ ทางเดินปัสสาวะ ผิวหนัง แผล หรือสาเหตุอื่น การตรวจจะอาศัยอาการร่วม ตรวจร่างกาย และเลือกตรวจเฉพาะที่จำเป็น การเริ่มยาปฏิชีวนะเองอาจทำให้การประเมินคลาดเคลื่อนและมีผลข้างเคียงได้
คำถามที่พบบ่อย
ไม่มีไข้อย่างชัดเจน แต่ซึมลง ต้องกังวลไหม
ต้องให้ความสำคัญ เพราะการเปลี่ยนความรู้สึกตัวในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณของภาวะเจ็บป่วยที่ต้องประเมินเร็ว
ให้ดื่มน้ำมาก ๆ ได้ทุกคนไหม
ไม่เสมอไป ผู้มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือโรคไตอาจมีข้อจำกัดน้ำ ควรยึดแผนที่ได้รับเดิม
ควรพกอะไรไปตรวจ
รายชื่อยา โรคประจำตัว บันทึกอุณหภูมิ/อาการ และข้อมูลเวลาที่เริ่มป่วยช่วยให้ประเมินได้เร็วขึ้น
หากดูแลผู้สูงอายุในเชียงรายและพบไข้ร่วมกับซึม หอบ หรือกินดื่มไม่ได้ ให้ไปฉุกเฉินทันที ไม่ควรให้ยาลดไข้แล้วรอดูเพียงอย่างเดียว
แหล่งอ้างอิง
ข้อมูลการดูแลผู้สูงอายุและการรับมือภาวะเจ็บป่วย: CDC Healthy Aging
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยเฉพาะราย อาการของแต่ละคนต่างกัน ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่มการรักษาเสมอ